ห้องข่าว

อสังหาฯ เนื้อหอมทุนจีนแห่ลงทุนไทยรับเปิดเออีซี

22 กันยายน 2557

โพสต์ทูเดย์ ทุนจีนเดินหน้าบุกลงทุนอสังหาฯ ไทยรับเออีซี เผยรายใหญ่จ่อคิวร่วมทุน รายย่อยกว้านซื้อห้องชุด

นายกิติศักดิ์ จำปาทิพย์พงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นจูรี่ 21 (ประเทศไทย) ที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์เปิดเผยว่า ขณะนี้มีกลุ่มทุนจีนให้ความสนใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไทยเป็นจำนวนมาก มีทั้งสนใจลงทุนพัฒนาโครงการ และลงทุนซื้อห้องชุดใจกลางเมืองเพื่อรอทำกำไรในอนาคต เพราะมองว่าไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุนในภูมิภาคอาเซียน รองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี

สำหรับกลุ่มที่สนใจเข้ามาลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในไทย นอกจากกลุ่มทุนจีนที่เข้ามาร่วมกับกลุ่มซีพีแล้ว ยังมีกลุ่มทุนจีนอีก 2-3 บริษัท ซึ่งมีทั้งกลุ่มที่ลงทุนตรงกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ของไทยไม่ผ่านบริษัทที่ปรึกษา และกลุ่มที่มอบหมายให้ที่ปรึกษาดำเนินการหาผู้ร่วมทุนให้ โดยขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างเจรจาให้กับทุนจีน 1 ราย กับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ไทยในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ขณะที่นายสถิรัตร์ ตัณฑนันทน์ประธานสมาคมสถาปนิกเอเชีย กล่าวว่ากลุ่มทุนต่างชาติทั้งสิงคโปร์และจีนยังสนใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไทยต่อเนื่องสะท้อนได้จากงานออกแบบจากทุนต่างชาติที่มีเข้ามามากขึ้นหลังจากการเมืองเริ่มนิ่ง เช่น มีโครงการคอนโดมิเนียมของกลุ่มทุนจีนมูลค่า 1,000 ล้านบาท ที่อยู่ระหว่างออกแบบ และยื่นจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม

ด้าน นายสุรเชษฐ กองชีพ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันกลุ่มผู้ซื้อชาวจีนน่าจับตามองมากที่สุดเพราะเริ่มเห็นภาพการซื้อคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ ราคาขายประมาณ 1.3-1.4 แสนบาท/ตารางเมตร หรือประมาณยูนิตละ 4.5-5 ล้านบาทขึ้นไป เพื่อลงทุนในย่านสุขุมวิทมากขึ้น เพราะมองว่าราคาขายถูกกว่าฮ่องกง สิงคโปร์ และจีนมาก

อย่างไรก็ตาม ทำเลในการอยู่อาศัยของชาวจีนส่วนใหญ่ยังคงนิยมย่านพระราม 9 เป็นหลัก เพราะใกล้สถานทูตจีน เช่นเดียวกับการเข้ามาลงทุนพัฒนาโครงการก็ยังปักธงบริเวณพระราม 9 โดยที่ผ่านมากลุ่มทุนจีนเข้ามาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไทยเช่น บริษัท เทียนเฉินอินเตอร์เนชั่นแนลพร็อพเพอร์ตี้ (ไทยแลนด์) พัฒนาโครงการทีซีกรีน พระราม 9 กลุ่มบริษัท หงส์ซีพัฒนาคอนโดมิเนียม ภายใต้แบรนด์ มิราเคิล หัวหิน เป็นต้น

 

โพสต์ทูเดย์
22 กันยายน พ.ศ. 2557

Keep this news in your social bookmark: