ห้องข่าว

คลังเร่งดันกม.ที่ดิน-สิ่งปลูกสร้าง 'รกร้างว่างเปล่า' เจอหนัก 4%

22 กันยายน 2557

รัฐบาลเตรียมผลักดันร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แทนภาษีโรงเรือน และที่ดิน และภาษีบำรุงท้องที่ ซึ่งนอกจากจะทำให้แก้ปัญหาความซับซ้อน ยังสร้างความเป็นธรรมในการเสียภาษีและเพิ่มรายได้ให้กับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ด้วย โดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) เป็นผู้เสนอร่างกฎหมายดังกล่าว มีประเด็นสำคัญดังนี้

สศค.เตรียมเสนอร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยเป็นกฎหมายมาใช้แทนกฎหมายว่าด้วยภาษีโรงเรือนและที่ดินและกฎหมายว่าด้วยภาษีบำรุงท้องที่ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานานซึ่งเหตุผลในการออกกฎหมายใหม่ เนื่องจากการจัดเก็บภาษีตามกฎหมายทั้งสองฉบับไม่เหมาะสมกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน

กฎหมายดังกล่าว นอกจากจะทำให้การจัดเก็บมีประสิทธิภาพมากขึ้นแล้ว ยังทำให้เกิดการใช้ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพด้วย เนื่องจากผู้ที่ถือครองที่ดินรกร้างว่างเปล่าจำนวนมาก จะมีภาระภาษีเกิดขึ้น จากเดิมแทบไม่เสียภาษี และเป็นการสร้างความเป็นธรรมด้านภาษี อีกด้วย

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่าสศค.เตรียมเสนอร่างกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)และ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)

"สศค.จะพยายามผลักดันให้กฎหมายนี้แล้วเสร็จ และ มีผลบังคับใช้ภายในรัฐบาลชุดนี้ เพราะกฎหมายนี้เคยเสนอผ่านการพิจารณาของกฤษฎีกามาแล้ว 2 ครั้ง แต่ยังไม่สามารถเสนอไปยังสภาฯได้ เนื่องจาก ยุบสภาฯก่อน ทำให้กฎหมายถูกตีตก และกลับมาอยู่ที่กระทรวงการคลัง ดังนั้น เมื่อมีรัฐบาลชุดใหม่ต้อง นำเสนอไปใหม่ตามกระบวนการ"

นายกฤษฎา กล่าวว่า ร่างกฎหมายภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างที่จะเสนอใหม่นี้ หลักการสำคัญ จะไม่เปลี่ยนแปลงจากครั้งล่าสุดที่คณะกรรมการกฤษฎีกาเคยพิจารณาไว้ ซึ่งจะแตกต่างจากกฎหมายมรดกที่เป็นกฎหมายใหม่ ยังไม่เคยผ่านการพิจารณาของกฤษฎีกามาก่อน

สาระสำคัญของกฎหมายที่ดินและสิ่ง ปลูกสร้าง คือ บ้านอยู่อาศัย ที่ดินเกษตรกรรม เก็บภาษีไม่เกิน 0.5% ที่ดินเชิงพาณิชย์กรรมเก็บสูงสุดไม่เกิน 1% และที่ดินรกร้างว่างเปล่าสูงสุดไม่เกิน 2% จะยกเว้นสำหรับบ้านที่อยู่อาศัยที่มีมูลค่าไม่เกิน 1 ล้านบาท ไม่ต้องเสียภาษี ซึ่งจะมีคณะกรรมการมาดูอัตราที่เหมาะสมอีกครั้ง เพราะระยะแรกจะเก็บไม่เต็มเพดาน

ทั้งนี้ ผู้ที่มีอำนาจในการจัดเก็บภาษี ยังเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่เรา จะกำหนดอัตราเพดานในการจัดเก็บให้

ข้อดีของกฎหมายนี้คือ จะมีการใช้ราคาประเมินที่ดินในการจัดเก็บภาษีใหม่ จากของเดิมนั้นใช้ราคาที่ดินตั้งแต่ปี2521 เป็นฐานในการประเมิน และการจัดเก็บจะประเมินจากราคาที่ดิน ไม่ประเมินจากค่าเช่า พร้อมกันนี้ จะไม่มีการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ในการประเมินราคาที่ดิน ตรงนี้จะเป็นธรรมกับผู้เสียภาษีมากขึ้น

"ในระยะแรกนั้นไม่ได้ตั้งเป้าหมายรายได้ที่จะเพิ่มขึ้นจากภาษี เพราะจะเก็บไม่ให้เกินกว่าที่ประชาชนต้องจ่าย แต่ระยะต่อไปนั้นเมื่อมีการปรับอัตราขึ้น จะทำให้ภาษีปรับเพิ่มขึ้น ตรงนี้จะทำให้ท้องถิ่นมีรายได้จากภาษีนำไปพัฒนาพื้นที่มากขึ้น"

นายกฤษฎากล่าวด้วยว่าไม่อยากให้ คนไทยรู้สึกกังวลกับการที่รัฐบาลจะผลักดันพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมาบังคับใช้ เพราะกฎหมายภาษีฉบับนี้ เป็นการรวบรวมการจัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดินภาษี บำรุงท้องที่ ให้เหลือฉบับเดียว โดยในระยะแรกจะไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน จะคำนวณจากเงินที่ประชาชนเสียต่อปี เช่น เสียภาษี 100 บาท การจัดเก็บภาษีใหม่ในช่วงแรก จะพยายามไม่ให้สูงกว่า 100 บาท หลังจากนั้นจะมีเวลาให้ประชาชนปรับตัวประมาณ 2-5 ปี เพื่อจัดเก็บภาษีให้เป็นไปตามกฎหมายใหม่ที่กำหนดไว้

เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลัง กล่าวว่าสศค. ได้หารือในหลักการและอัตราการจัดเก็บภาษี ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การคลัง ได้มีข้อสรุปเบื้องต้นเกี่ยวกับอัตราการ จัดเก็บในส่วนของที่ดินเพื่อพาณิชย์กรรมที่รกร้าง ว่างเปล่า โดยจะมีการขยับเพิ่มเพดานอัตราภาษีจากไม่เกิน 2% เป็นไม่เกิน 4% แต่อัตราเก็บจริงจะทยอยปรับทุก 3 ปี 2 ครั้ง

รวมถึงในส่วนของที่ดินเพื่อการพาณิชย์ ยังจะต้องแบ่งเพดานอัตราการจัดเก็บเป็น 2 อัตรา คือ รายเล็กกับรายใหญ่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงเชิงเศรษฐกิจ และได้มอบหมายให้สศค.ไปศึกษาเพิ่มเติม รวมถึง การพิจารณาข้อยกเว้นหรือผ่อนเกณฑ์กรณีต่างๆ เช่น กรณีผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ที่สะสมที่ดินรกร้างว่างเปล่าไว้ เพื่อรอการพัฒนา โครงการ จะมีเกณฑ์ผ่อนเกณฑ์ในการจัดเก็บ อย่างไร

สำหรับที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และที่อยู่อาศัย ยังกำหนดเพดานอัตราภาษี ไว้ที่ไม่เกิน 0.5% และไม่เกิน 1% ซึ่งอัตราเก็บจริงจะเก็บครั้งเดียวปีต่อปี

อย่างไรก็ตาม อัตราภาษีที่เก็บจริง ขึ้นอยู่กับฝ่ายนโยบายพิจารณา และจะออกมา เป็นพระราชกฤษฎีกา โดยที่อัตราเพดานภาษี จะประกาศตามพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและ สิ่งปลูกสร้าง ขณะที่อัตราการเก็บจริง ท้องถิ่นสามารถกำหนดได้เอง แต่ไม่เกินเพดานอัตราภาษีที่กำหนด

ทั้งนี้ คาดว่าการจัดเก็บภาษีจะทำให้ ท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มขึ้น จากปัจจุบัน การจัดเก็บภาษีโรงเรือน และที่ดิน และภาษีบำรุงท้องที่ ทำให้ท้องถิ่นมีรายได้ประมาณ 2 หมื่นล้านบาทต่อปี แต่หากนำกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฉบับใหม่มาใช้ โดยจัดเก็บอัตราภาษีเพียงครึ่งหนึ่งของอัตราตามเพดานที่กฎหมายกำหนด จะทำให้รัฐบาลท้องถิ่น มีรายได้มากกว่า 4 หมื่นล้านบาทต่อปี

'สศค.จะพยายามผลักดันให้กฎหมายนี้แล้วเสร็จ และมีผลบังคับใช้ภายในรัฐบาลชุดนี้ เพราะเคยเสนอผ่านการพิจารณาของกฤษฎีกามาแล้ว 2 ครั้ง แต่ยังไม่สามารถเสนอไปยังสภาฯได้'

 

กรุงเทพธุรกิจ
22 กันยายน พ.ศ. 2557

Keep this news in your social bookmark: