ห้องข่าว

แจ้งวัฒนะ-แบริ่ง-ฝั่งธนฯทำเลทองคอนโดฯ 5 หมื่นยูนิตผุดรับข้าราชการ-ผู้บริหารรุ่นใหม่

31 ตุลาคม 2555

ระบบขนส่งมวลชนที่ขยายตัวสู่รอบนอก ประกอบกับการปรับผังเมือง กทม.ที่ “สยามธุรกิจ” ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น ส่งผลผู้ประกอบการระดมเปิดโครงการใหม่รอบนอกป้อนตลาด แนวส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าปรับราคาเพิ่ม 40% ขณะที่หัวหินความต้องการซื้อเพิ่มขึ้น 1-2 เท่าตัว รับกำลังซื้อคนรุ่นใหม่

นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานบริหาร สินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยล่าสุดว่า ในปี 2555 มีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายในตลาดจำนวนมาก โดยโครงการที่พัฒนาใหม่ส่วนใหญ่กระจายตัวอยู่ตามรอยต่อระหว่าง กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยเฉพาะในส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าที่ปัจจุบันมีความต้องการสูง ส่งผลให้เกิดการขยับราคาจากเดิมเพิ่มขึ้นประมาณ 40% ในส่วนของทำเลยอดนิยม ขณะเดียวกัน ผลกระทบจากการประกาศใช้ “ผังเมืองกรุงเทพมหานคร” ก็ถือเป็นตัวแปรที่สำคัญ ที่ทำให้ตลาดคอนโดมิเนียมในเขตกรุงเทพฯ คึกคักทั้งในส่วนโครงการใหม่และโครงการรีเซลหลังจากผู้บริโภคตัดสิน ใจซื้อก่อนจะมีการปรับราคา

ประกอบกับการเปิด “ประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน (AEC)” จะเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการสร้างดีมานด์เพราะเมื่อ เกิดการรวมตัว กรุงเทพฯ จะเป็นศูนย์ กลางในการขนส่งสินค้าและบริการในภูมิภาค เนื่องจากมีระบบขนส่งที่ดีและมีทำเลที่ตั้งอยู่ศูนย์กลางของภูมิภาค ส่งผล ให้บริษัทข้ามชาติเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้น เกิด การขยายตัวด้านตลาดแรงงาน ทำให้มีผู้บริหารทั้งระดับสูงและระดับกลางจากชาติต่างๆ เข้ามาปฏิบัติงานในเมืองไทยเพิ่มขึ้น เกิดความต้องการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้บริหารมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าส่วนใหญ่จะเป็นคอนโดมิเนียม เนื่องจากกฎหมายเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติซื้อคอนโดมิเนียมได้ไม่เกิน 49% ของจำนวน หน่วยทั้งหมดในโครงการนั้นๆ

“สำหรับราคาคอนโดที่ต่างชาติซื้อ จะอยู่ในระดับราคาประมาณ 3-5 ล้านบาท ในย่านธุรกิจ รวมทั้งแนวรถไฟฟ้า โดยปัจจุบันได้มีผู้ที่ตระหนักถึงปัจจัยข้างต้นและเริ่มมีการซื้อคอนโดฯ เพื่อเก็บเกี่ยวผลตอบแทนในช่วงเปิด AEC แล้ว”

นับจากปี 2556 เป็นต้นไป จะเห็นการเกิดใหม่ของโครงการคอนโดมิเนียมรอบนอก กทม. มากขึ้น โดยเฉพาะใน 3 ทำเลหลัก อย่างในย่านแจ้งวัฒนะ- งามวงศ์วาน, ย่านอ่อนนุช-แบริ่ง และรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายย่านฝั่งธนบุรี สำหรับบริเวณอ่อนนุช-แบริ่งที่โครงการกระจุกตัวบริเวณอ่อนนุช อุดมสุข และบางนาจำนวนมาก ส่วนย่านเกาะรถไฟฟ้า ตากสิน-วงเวียนใหญ่ที่ปัจจุบันกำลังจะเปิดอีก 2 สถานีใหม่ คือ โพธ์นิมิตรและรัชดา-ราชพฤกษ์ ในช่วงปลายปีนี้จึงมีผู้ประการรายใหญ่หลายรายวางแผนเปิดโครงการใหม่อย่างคึกคักอีกครั้ง

“ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา มีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดตัวใหม่ประมาณ 35,000 ยูนิต เพิ่มขึ้นประมาณ 30% จากปี 2554 โดยคาดว่าตลอดปี 2555 น่าจะมีโครงการคอนโดมิเนียมเกิดใหม่ราว 50,000 ยูนิต อย่างไรก็ตาม ความต้องการ คอนโดมิเนียมขนาดเล็กในย่านกลางเมือง ยังมีเกิดขึ้น ส่วนคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ ยังมีความต้องการของตลาดด้วย เช่นกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการซื้อเพื่อ อยู่อาศัยและเพื่อลงทุน

ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีคอนโดฯ ระดับไฮเอนด์หลายแห่งที่สามารถปิดการขายด้วยราคา สูงสุดระดับ 160,000-200,000 บาทต่อตารางเมตร จากการสำรวจโครงการที่ขึ้นใหม่ในช่วงครึ่งแรกปีนี้พบว่า ส่วน ใหญ่จะเปิดย่านรัชดาฯ-ห้วยขวาง รองลงมาเป็นช่วงสุขุมวิทตอนปลายหรือตั้งแต่ซอยสุขุมวิท 101 ขึ้นไป โดยย่านรัชดาภิเษกพบว่ามีการเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่รวม 8,000 ยูนิต ขณะที่สุขุมวิทตอนปลายมีการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียม ใหม่รวม 7,000 ยูนิต

สำหรับคอนโดมิเนียมระดับกลาง-ล่าง ยังคงไปได้ดีเหตุเพราะผู้ประกอบการในกลุ่มนี้ยังมีจำนวนน้อย และความต้องการของตลาดยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยทำเลที่น่าจะเป็นเป้าหมายของผู้บริโภค ได้แก่ 1. ตามแนวรถไฟฟ้าทั้งเส้นทางใหม่ๆ และส่วนต่อขยาย ประกอบด้วย สาทรตัดใหม่, อ่อนนุช-แบริ่ง, บางใหญ่-บางซื่อ, 2.สุขุมวิทศูนย์กลางธุรกิจ เป็นพื้นที่ที่ กลุ่มคนต่างชาตินิยมพักอาศัย จึงทำให้พื้นที่นี้เติบโตดี 3.Airport Link พื้นที่ตลอด แนว Airport Link ก็เป็นอีกทำเลหนึ่งที่ได้รับความนิยม หลังจากที่โครงการรถไฟฟ้า Airport Link เปิดให้บริการ เช่น ถนนรามคำแหง คลองตัน พระราม 9 และ อโศก-เพชรบุรี เพราะอยู่เกาะแนวรถไฟฟ้า ทำให้ความต้องการที่อยู่อาศัยบริเวณนี้เพิ่มขึ้น 4. แจ้งวัฒนะ-รามอินทรา-วัชรพล ที่มีศูนย์ราชการแห่งใหม่เปิดให้บริการ แม้ว่าหน่วยงานราชการจะเปิดให้บริการยังไม่ครบก็ตาม แต่ก็ทำให้มีข้าราชการและลูกจ้างมาทำงานกว่า 50,000 คน และ เพิ่มขึ้นอีกกว่า 100,000 คน ประกอบกับ รัฐบาลมีนโยบายลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ปากเกร็ด-แจ้งวัฒนะ มีนบุรี ยิ่งทำให้บริเวณถนนแจ้งวัฒนะกลายเป็นทำเลทองแห่งใหม่

ด้านไนท์แฟรงค์ชี้ ตลาดหัวหินโตรับกลุ่มคนรุ่นใหม่ นายแฟรงค์ ข่าน ผู้อำนวยการและหัวหน้าฝ่ายที่ปรึกษาด้านโครงการที่พักอาศัย บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่าตลาดหัวหินมีแนวโน้มสดใส ยอดขายเพิ่มขึ้น 1-2 เท่าตัวมีโครงการคอนโดมิเนียมใหม่เกิดขึ้น โดยเฉพาะค่ายอสังหาริมทรัพย์อย่าง แสนสิริ, คิวเฮาส์, เอสซี แอสเสท, แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ และ แอลพีเอ็น ซึ่งการที่บริษัทเหล่านี้เข้าไปทำตลาดในหัวหิน ทำให้เกิดการแข่งขันสูงขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ ยังมีโครงการ ค้าปลีกรายใหญ่ที่จะเกิดขึ้น เช่น BLU-PORT Hua Hin Resort Mall ทำให้หัวหินเป็นที่น่าสนใจของผู้ซื้อ

โดยผู้ซื้อส่วนใหญ่เป็นคนกรุงเทพฯที่มองหาบ้านหลังที่สองเพื่อเป็นบ้านพักตากอากาศในขณะที่สัดส่วนชาวต่างชาติที่มาซื้อนั้นไม่สูงมาก ระดับราคาคอนโดมิเนียมในหัวหินแบบ 1 ห้องนอน อยู่ที่ประมาณ 900,000 บาทสำหรับคอนโดฯไม่ติดทะเล และประมาณ 2-3 ล้านบาทสำหรับคอนโดฯ วิวทะเล กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่พ่อแม่ของพวกเขามีบ้านหลังที่สองในหัวหินอยู่แล้ว กลุ่มคนรุ่นใหม่กลุ่มนี้เป็น กลุ่มที่มีหน้าที่การงานดีหรือกำลังเริ่มต้นธุรกิจของตนเองจึงอยากลงทุนในบ้านพัก ตากอากาศด้วยขนาดยูนิตเล็กๆ เช่น ห้องสตูดิโอหรือ 1 ห้องนอน

 

สยามธุรกิจ
31 ตุลาคม 2555

Keep this news in your social bookmark: