TH | EN

จากที่ไรมอนแลนด์ได้มีการเปลี่ยนแปลงทางยุทธศาสตร์ อยากให้คุณช่วยอธิบายรายละเอียดของกลยุทธ์ใหม่ของบริษัทฯ

เราได้ร่วมมือกับคู่ค้าชาวไทย เคพีเอ็น พร็อพเพอร์ตี้ ซึ่งได้ให้การช่วยเหลือและแบ่งปันความรู้ในการดึงดูดลูกค้าท้องถิ่น RML เองมีความแข็งแกร่งในกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติมาอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นเราจึงสามารถนำเสนอคุณค่าที่มากกว่าให้กับผู้ถือหุ้นต่อไปในอนาคตร่วมกับ KPN เราได้จัดสรรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของเราออกเป็นตลาดลักชัวรี่ อัลตร้า ลักชัวรี่ และซุปเปอร์ลักชัวรี่ เนื่องจากแต่ละตลาดมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่แตกต่างกัน นอกจากนั้น เรายังมุ่งเน้นโครงการที่ก่อให้เกิดรายได้ซ้ำ ซึ่งเราตั้งเป้าหมายให้มีสัดส่วนเป็น 30% ของรายได้ทั้งหมด โครงการเชิงพาณิชย์แห่งแรกของเรา One City Centre จะเปิดตัวในไตรมาส 3 ของปี 2565 และเราวางแผนที่จะต่อยอดการสร้างรายได้ต่อเนื่องจากธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่ม และการให้บริการทางการแพทย์

โครงการปัจจุบันมีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง และมีโครงการอะไรที่อยู่ระหว่างรอดำเนินการในอนาคต?

ในปี 2561 เราเปิดตัวโครงการมูลค่ารวม 9,000 ล้านบาท และกำลังจะเปิดตัวโครงการมูลค่ารวม 11,000 ล้านบาทในปีนี้ ในอีก 2-3 ปีข้างหน้าเรามีโครงการมูลค่า 30,000 ล้านบาทที่อยู่ระหว่างรอดำเนินการ (10,000 ล้านบาทต่อปีโดยประมาณ) นอกจากนั้นเรายังมีการลงทุน 10,000 ล้านบาทซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโมเดลในการสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง โดยจำแนกเป็นโครงการเชิงพาณิชย์มูลค่า 7,000 ล้านบาทและธุรกิจบริการ อาหาร-เครื่องดื่ม มูลค่า 3,000 ล้านบาท

สำหรับโครงการเชิงพาณิชย์ เรามีพื้นที่ 61,000 ตารางเมตรสำหรับให้เช่า และเราจะนำเสนอสิ่งที่แตกต่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทย ซึ่งก็คือพื้นที่รับประทานอาหารบนดาดฟ้า 3,000 ตารางเมตร ให้ลูกค้าได้ชมวิวของกรุงเทพฯ นอกจากนั้น เรายังตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มพื้นที่เช่าเป็น 100,000 ตารางเมตรภายในปี 2564 ดังนั้นเราจึงมีแผนเปิดตัวโครงการเชิงพาณิชย์แห่งที่สองในปีหน้า

ในส่วนของธุรกิจบริการนั้น เราได้เปิดตัวแนวคิดใหม่ ในรูปแบบของโรงแรมอาหาร ในชื่อโรงแรม KITCH ที่ซึ่งเราได้นำอาหารจากทั่วประเทศไทยมารวมไว้ในที่เดียวสำหรับลูกค้าได้ลิ้มลอง โรงแรมแรกจะมีทั้งหมด 72 ห้อง ตั้งอยู่ห่างจากไอคอนสยาม 200 เมตร พร้อมเปิดดำเนินการในไตรมาส 1 ของปี 2563 เราตั้งเป้าหมายจะเปิด 5 โรงแรมในกรุงเทพฯ พัทยา ภูเก็ต กระบี่และเชียงใหม่ บริหารงานโดย Klapsons Management ซึ่งมีผลงานการบริหารโรงแรมอันโดดเด่น ได้รับรางวัล Serviced Residence แห่งปี ในปี 2560 และ 2561 ตามลำดับ นอกจากนั้นเรายังวางแผนเปิดตัวอีกหนึ่งแบรนด์ เนื่องจากเรามองเห็นช่องว่างในตลาดระหว่างโรงแรม 4 ดาวกับโรงแรมบูทีค เป็นตลาดลักชัวรี่ที่ยังไม่มีการเข้าไปบุกเบิกอย่างเป็นกิจจะลักษณะ โดยมีแนวคิดแบบ ‘New Age’ อยู่บนนถนนสุขุมวิท มีทั้งหมด 250 ห้อง

ในส่วนของธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่ม เนื่องจากพื้นที่ค้าปลีกที่เรามีอยู่จะเน้นหนักไปที่ร้านอาหาร ซึ่งวิธีการที่ดีที่สุดในการที่จะพัฒนาแบรนด์ก็คือการเชิญชวนให้ร้านอาหารแบรนด์อื่นเข้ามาร่วมทำกิจการในพื้นที่ โดยส่วนตัวแล้ว นี่เป็นธุรกิจที่ตัวผมและพี่ชายเข้าใจเป็นอย่างดี ซึ่งเราคงจะได้เห็นการเติบโตของรายได้จากศูนย์ไปสู่หลักร้อยล้านบาท เรายังตั้งใจจะขยายตลาดไปที่สิงคโปร์ กัมพูชา และอีกสองแบรนด์ในไต้หวัน ซึ่งจะเป็นใบเบิกทางไปสู่การเปิดตลาดในประเทศจีนอีกด้วย

กลุ่มลูกค้าเป้าหมายสำหรับโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยคือใครบ้าง?

เราให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นอันดับหนึ่งเมื่อมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ และเน้นย้ำให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์แต่ละตัวมีความเหมาะสมกับแต่ละตลาด ในลักษณะเดียวกันกับที่บริษัทรถยนต์ผลิตรถยนต์รุ่นต่างๆ ออกมาสำหรับลูกค้าแต่ละกลุ่มทั้งในปัจจุบันและในอนาคต เราเข้าใจดีว่ากลุ่มลูกค้ามีความหลากหลายในแง่ของความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อเพื่อการอยู่อาศัย เพื่อเป็นบ้านหลังที่สอง หรือเพื่อการลงทุน ซึ่งเราฟังความต้องการและความจำเป็นของแต่ละกลุ่มเป้าหมาย สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นมาตรฐานในอุตสาหกรรมคอนโดมิเนียมในประเทศไทยทุกวันนี้คือลูกค้ามีทางเลือกจำกัดและต้องยอมรับในสิ่งที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์หยิบยื่นให้ อย่างไรก็ตาม เราเน้นความยืดหยุ่นของพื้นที่ใช้สอย ไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น หรือห้องครัว ห้องครัวตัวอย่างชุดแรกของเราจะสร้างขึ้นที่โครงการริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นชุดครัวที่ปรับได้ตามความต้องการของผู้ใช้งาน ด้วยการประยุกต์แนวคิดดังกล่าวในการออกแบบห้อง ลูกค้าแต่ละคนซึ่งมีรสนิยมที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะแนวโมเดิร์น ร่วมสมัย หรืออื่นๆ ก็สามารถบรรลุความต้องการได้ อีกหนึ่งตัวอย่างในโครงการล่าสุดของเราก็คือการออกแบบที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง เนื่องจากลักษณะของประชากร พฤติกรรมและวิถีชีวิตของผู้คนได้เปลี่ยนแปลงไป

สิ่งที่นักลงทุนอาจเข้าใจผิดเกี่ยวกับ RML คืออะไรบ้าง?

ภาพที่นักลงทุนมองบริษัทฯ อาจดูเงียบไปบ้าง เนื่องจากมีเปิดตัว 1-2 โครงการในแต่ละปีหรือทุก 2 ปี แต่นักลงทุนก็เริ่มเข้าใจถึงเป้าหมายระยะยาวของ RML ที่มีร่วมกับคู่ค้าใหม่ ในเรื่องของการพัฒนาโครงการเชิงพาณิชย์ การขยายธุรกิจโรงแรมและอาหาร-เครื่องดื่ม ด้วยมูลค่าโครงการรวมกว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งจะก่อเกิดเป็นยอดขายที่รอรับรู้รายได้จำนวนสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า จากจุดเริ่มต้นที่ฐานเล็กๆ ในจุดนี้ก็นับเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนที่จะสามารถเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายระยะยาวของ RML ได้

ความเสี่ยงที่มีนัยยะสำคัญต่อธุรกิจของคุณคืออะไร?

ประเด็นหลักก็คือสภาพเศรษฐกิจของโลก เนื่องจากเราเชื่อว่าในอีก 3-5 ปีข้างหน้า การเติบโตทางเศรษฐกิจจะขึ้นอยู่กับประเทศอื่นๆ ไม่ใช่แค่ประเทศไทยเท่านั้น ดังนั้น เราหวังว่าประเด็นความตึงเครียดระหว่าง 2 เศรษฐกิจใหญ่ของโลกและประเด็นที่อังกฤษจะออกจากสหภาพยุโรปน่าจะบรรเทาลง และเราเองก็มุ่งมั่นสร้างการเติบโตในระดับภูมิภาคและระดับโลกให้ได้ ภายในองค์กรเองเราได้สร้างและนำประสบการณ์การบริหารจัดการโรงแรมเข้ามาใช้ ตลอดจนธุรกิจอาคารสำนักงานและอาหาร-เครื่องดื่มเพื่อให้มั่นใจว่าแต่ละหน่วยธุรกิจสามารถดำเนินกิจการได้อย่างมีประสิทธิผลตามวิสัยทัศน์ในระยะยาว

คุณมองภาพธุรกิจ RML ในอีก 5 ปีจากนี้อย่างไร?

ในระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา เราได้ดำเนินกิจกรรมที่จำเป็นต่อการสร้างวิสัยทัศน์ระยะยาวให้กับ RML โดยการสร้างรายได้ 10,000-15,000 ล้านบาท โดยที่ 30% จะมาจากรายได้ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องและรายได้จากธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่ม ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ




บทสัมภาษณ์ผู้บริหารชุดนี้จัดทำโดยบริษัท ShareInvestor ผู้ให้บริการด้านสื่อการเงินออนไลน์ เทคโนโลยี และเครือข่ายนักลงทุนสัมพันธ์ชั้นนำของภูมิภาคเอเชีย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อที่อีเมล์ admin.th@shareinvestor.com. หรือเว็บไซต์ www.ShareInvestorThailand.com